ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
สพป.ฉะเชิงเทรา เขต 2Chachoengsao Primary Educational Service Area Office 2เอกสารดาวน์โหลด
ข่าวประชาสัมพันธ์

ข่าวประชาสัมพันธ์ #47

(ที่มา:มติชนรายวัน ๒๗ ก.ย.๒๕๕๕) เมื่อวันที่ ๒๕ กันยายน นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชประสงค์จะพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ จำนวน ๙๐ ล้านบาท เพื่อจัดตั้งโครงการกองทุนการศึกษาเพื่อพระราชทานการศึกษาแก่เด็กทั่วไป และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี เป็นประธานโครงการกองทุนการศึกษา ซึ่งโครงการนี้มีวัตถุประสงค์ ๓ ด้านคือ ๑.ส่งเสริม สนับสนุน และปลูกฝังค่านิยมการยึดมั่นในคุณธรรม จริยธรรม เพื่อให้เด็กเติบโตเป็นพลเมืองที่มั่นคงอยู่ในคุณงามความดี ๒.ส่งเสริมและสนับสนุนเด็กที่มีความประพฤติดี ให้ได้รับการศึกษาจนสำเร็จการศึกษา และ ๓.ส่งเสริมสนับสนุนและช่วยเหลือโรงเรียนที่คณะกรรมการพิจารณาเห็นสมควร ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินงานโครงการกองทุนการศึกษาเป็นไปตามพระราชประสงค์ด้วยความเรียบร้อย จึงจัดตั้งคณะกรรมการอำนวยการโครงการกองทุนการศึกษา โดยมีประธานองคมนตรี เป็นประธานคณะกรรมการอำนวยการโครงการกองทุนการศึกษา และ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี เป็นประธานคณะกรรมการบริหารโครงการ เลขาธิการ กพฐ.กล่าวต่อว่า สำหรับแนวทางการดำเนินการนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชประสงค์ที่จะทำให้โรงเรียนเป็นต้นแบบในการสร้างคนดีคืนสู่สังคม เป็นการดำเนินงานในลักษณะปิดทองหลังพระ โดยระยะที่ ๑ พระราชทานเงินส่วนพระองค์ จำนวน ๙๐ ล้านบาท การดำเนินการ พล.อ.สุรยุทธ์ ทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการโครงการ และมีหน่วยงานต่างๆ เข้ามามีส่วนร่วม อาทิ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ศูนย์คุณธรรม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ประสานมิตร เป็นต้น และมอบให้คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา อดีตเลขาธิการ กพฐ. เป็นเลขานุการโครงการ ในระยะแรกได้คัดเลือกโรงเรียนขึ้นมา ๒๓ แห่ง เป็นโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ๑๙ โรงเรียน และสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ๔ โรงเรียน และคัดเลือกนักเรียนสังกัด สพฐ.ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเข้ารับทุนทั้งหมด ๔๒ คน ทั้งระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา โดยให้การอุดหนุนระดับประถม ศึกษาปีละ ๑๐,๐๐๐ บาท และระดับมัธยมศึกษาปีละ ๑๕,๐๐๐ บาท "โรงเรียนที่ได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการทั้งหมดจะได้รับการปรับปรุงภูมิทัศน์ของโรงเรียน บ้านพักครู อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และมีการแก้ไขปัญหาขาดแคลนครู โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) ที่เกี่ยวข้องจะสำรวจ เพื่อจะดูว่านักเรียนที่เป็นศิษย์เก่าของโรงเรียนเหล่านี้ ถ้าเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย มีใครบ้างที่พร้อมจะกลับไปสอนที่โรงเรียนเดิม ตรงนี้เป็นแนวทางในอนาคต ที่พยายามจะทำโรงเรียนเหล่านี้ให้เป็นโรงเรียนต้นแบบ" นายชินภัทรกล่าวและว่า สำหรับโรงเรียนสังกัด สพฐ. ที่เข้าร่วมโครงการทั้ง ๑๙ โรงเรียน ตั้งอยู่ใน ๘ จังหวัด ดังนี้ จ.กาญจนบุรี ได้แก่ โรงเรียนบ้านดงเสลา โรงเรียนบ้านโป่งหวาย โรงเรียนวัดถ้ำองจุ โรงเรียนศรีสวัสดิ์พิทยาคม โรงเรียนหนองปรือพิทยาคม, จ.ฉะเชิงเทรา โรงเรียนบ้านทุ่งส่อหงษา โรงเรียนบ้านหนองใหญ่, จ.พระนครศรีอยุธยา โรงเรียนมาลาอีสงเคราะห์ โรงเรียนวัดจุฬามณี, จ.เพชรบุรี โรงเรียนบ้านป่าเด็ง โรงเรียนบ้านหุบกะพง โรงเรียนป่าเด็งวิทยา, จ.ราชบุรี โรงเรียนบ้านตะโกล่าง, จ.ลพบุรี โรงเรียนชุมชนบ้านแก่งเสือเต้น, จ.สระแก้ว โรงเรียนซับม่วงวิทยา โรงเรียนบ้านโคกไพล โรงเรียนวังไพรวิทยาคม และ จ.สุพรรณบุรี โรงเรียนบ้านพุน้ำร้อน และโรงเรียนบ้านละว้าวังควาย ส่วนสถานศึกษาสังกัด สอศ. กรุงเทพ มหานคร วิทยาลัยเทคนิคดอนเมือง วิทยาลัยเทคโนโลยีบางกะปิ, จ.ราชบุรี วิทยาลัยเทคนิคโพธาราม และ จ.สมุทรปราการ วิทยาลัยเทคโนโลยีสมุทรปราการ เมื่อวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖นายธงชัย นพฤทธิ์ รองผอ.สพป.ฉะเชิงเทรา เขต ๒ พร้อมคณะผู้บริหาร และครู ได้รับมอบหมายจาก ผอ.สพป.ฉะเชิงเทรา เขต ๒ ให้การต้อนรับ ฯพณฯ นายชาญชัย ลิขิตจิตถะ องคมนตรี และคณะ ที่ได้กรุณาให้การตรวจเยี่ยมโรงเรียนในถิ่นทุรกันดารสังกัด สพป.ฉะเชิงเทรา เขต ๒ จำนวน ๓ โรงเรียน ดังนี้ ๑) โรงเรียนบ้านอ่างเสือดำ โรงเรียนบ้านหนองปลาซิว และโรงเรียนสียัดพัฒนา เพื่อให้ความช่วยเหลือตามโครงการกองทุนการศึกษา ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีพระราชประสงค์จะพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ จำนวน ๙๐ ล้านบาท เพื่อจัดตั้งโครงการกองทุนการศึกษาเพื่อพระราชทานการศึกษาแก่เด็กทั่วไป